puttarak's profilep.k.a ~pretty kind anima...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    May 23

    รักยุค Hi-Tech

     

     

     

    วันนี้มาแปลก...(ปรกติก็แปลกทุกที...)
    เอาเป็นว่า เป็นเพลงน่ารักๆ ที่ได้ยิน ตอน ดูรายการ คุณพระช่วย

    ในขณะที่แม่กำลัง โวยวายอยู่กับพี่ชายอยู่นั้น ท่วงทำนอง คุ้นหู ของ เพลงเก่าๆ ก็กระแทกหูเข้าดังปึง

    พร้อมด้วยเนื้อเพลง ที่ทำให้ฟังไปยิ้มไป

    เหมาะกับทุกๆคนที่...อยู่กับคอมพิวเตอร์ได้ทุกครั้งที่มีโอกาส

    รักยุค Hi-Tech

    by sweetนุช

    a;bum: original sweet voice

     

    ......................................

     

    บนโลก Hi Tech ทุกอย่างเล็กลง
    แต่รักฉันคง ยิ่งใหญ่เหมือนเดิม
    อยากมี Hard Disk ลง Program เสริม 
    เพิ่ม Ram พร้อมแจ่มด้วยภาพของเธอที่ Desktop

    *โลก Digital เรางอนง้อกัน 
    ทำ Card แล้วส่ง E mail ให้เธอ
    CPU รู้ Love You เสมอ อย่าเผลอ
    Delete รักเราลง Recycle Bin

    ส่ง SMS พิมพ์คำข้อความ แนบคำนิยามที่สุดซึ้ง
    เปิด Win Ampไว้ ด้วยเพลงคิดถึง 
    อยากให้เธอซึ้งกับความคิดถึงที่ฉันให้เธอ

    เพลงที่ฉันโปรด Download ให้เธอ 
    ได้รับไหมเอ่ย ตอบด้วยขวัญใจ
    อย่าด่วนใจร้อน Shut Down ไปไหน ปล่อยใจ 
    ให้ฉันลอยไปตามสาย Cable

    (ซ้ำ *)

    อย่าด่วนใจร้อน Shut Down ไปไหน ปล่อยใจ 
    ให้ฉันลอยไปตามสาย Cable 
    โปรดจงช่วย Save รักเราเก็บไว้ เผื่อใจของฉันจะได้ไม่ต้อง Error

     

    ..............................

     

    .......


    May 21

    เรื่องบางเรื่อง ที่ไม่คาดคิด

    อะไรหลายๆอย่างสามารถ เกิดขึ้นได้โดยที่เราไม่คาดคิด
    เอาง่ายๆ แค่ ตื่นเช้ามาคิดว่า อยากจะกิน ยำ แต่ได้กิน ส้มตำแทน ในมื้อเที่ยง
     
    ในขณะที่...
     
    บางที่คุณไปนั่งในร้านไอติม อย่างสเวนเซ่น
    หมายมั่นปั้นมือ มาตั้งแต่อยู่ที่บ้านว่า จะกิน ไอติมเหมือนที่เห็นในโฆษณาทีวี
    ที่มีชอคโกแลต ตกแต่งสวยงามตระการตา
    แต่เมื่อเปิดเมนูมา พบว่า มีมิลค์เชคโฟลต แบบ เรียบง่ายสุดๆ
    คุณก็เทใจให้มันไปในทันที
     
    เราไม่ได้คาดคิดในเรื่องอะไรเล้กๆน้อยๆแบบนั้น
     
    ไปจนกระทั้งการเลือกที่เรียน ให้กับตัวเอง
     
    ก่อนหน้านี้ ล่ะ หมายมั่น ปั้นมือไว้เสียเหลือเกินว่าอยากจะเรียน ที่ มธ
    แต่ไปๆมาๆ ก็ เข้ามาอยู่ในดินแดนที่มีแต่สีชมพู (ที่ตัวเองเกลียดสุดๆ ไปเสียได้ )
     
    และที่หนักไปกว่านั้น คือ ในขณะที่กำลังพยายามอ่านหนังสือ เพื่อมองหาแนวความคิด
    ข้อมูลที่อาจจะได้เอามาปรับใช้กับการเขียนสตัทดี้แพลนลองส่งทุนมงใหญ่
    ตามแรงยุของเพื่อน
     
    ก้เกิดสำเหนียก ตัวเองขึ้นมาได้ว่า "ฉันนี่โคตรชอบดูหนังเลยว่ะ"
     
    เลยเกิดความคิด ที่ไม่ได้คากคิด ป๊อบ ขึ้นมาในหัวว่า
     
    "ฉันเลือกเรียนผิดเอก หรือเปล่าวะ"
     
    อะไรแบบนั้น ...กรั่กๆ แต่ป่านนี้แล้ว ก็ไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้แล้ว
    เหอๆ
    ไม่ได้ว่า เอ้อ รู้ตัวแล้วจะไม่เรียนนะ แต่...มันเป้ฯอะไรที่ก้ำกึ่ง พัวพัน กันอิรุงตุงนัง
    มากเหลือเกิน จนชักอยากจะหาคำตอบแล้วว่า จุดเริ่มต้นทั้งหมดมันอยู่ที่ไหนกันแน่
     
    อ่ะ...ความตั้งใจที่ไม่ได้คาดคิด เกิดขึ้นมาอีกแล้ว
     
    ช่วงนี้เป็นเจ้าไอเดียมาก...แต่ จะทำได้ไหม มันก็อีกเรื่องซิ่นะ
     
    ............................
     
    นอกเรื่อง ไม่เชิงเกี่ยว แต่ก็ เกี่ยว
     
    เมื่อวันก่อน ไปช่วยงาน ที่ ภาควิชา ที่ ม. ที่จะขอทุนเรียน
    เขาก็ให้ไปช่วยงานตอนพาเด็กเข้าค่ายอ่ะ ไม่มีอะไรมาก
    แต่เราก็ เหมือนกับ คาดหวังล่ะนะ ว่า อย่างน้อยที่สุดแล้ว
    จะได้รับการแนะนำ กับเด็กๆ เขาหน่อยว่า ไอ้บ้านี่มาทำหน้าโหดอะไรอยู่แถวนี้
    แต่...ไม่มีอ่ะ ไม่มีเลย คือ ไปถึง แจงงาน (ซึ่ง กว่าจะเข้าใจก็นานอยู่ ระเบียบไม่มี บลาบลา )
    เลยแอบคิดในใจว่า "โห...ว็อธ อะ เมส" นี่น่ะหรือ คือ เพื่อนร่วมงานในอนาคตฉัน...อะไรแบบนั้น

    หลังจากที่ยืนเป็น คนแปลกหน้า และทำตัวล่องหนบ้างเป็นบางเวลา อยู่ทั้งวัน ก็ขอตัวกลับอย่างเงียบๆ
    พร้อมกับความรู้สึกแปลกๆ ในใจว่า "ถ้าเดินไปที่ไมค์แล้วแนะนำตัวเอง เข้าไปทำความรู้จักกับทุกผู้ทุกนามเอง นี่มันจะเป็นการ...แสดง...เกินไปหรือเปล่า
    หรือ...นั่นล่ะ เป็นสิ่ง ที่เขาต้องการให้เราทำ เพื่อที่จะดูว่า เรา มี ...คุณสมบัติ หรืออะไรไหม
    หรือ ...มันจะเป็นเพียงแค่ การลืมเลือนไป ในการมา ของ มิส โนบอดี้...
     
    เอาเถอะ ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร แอบตั้งใจไว้อย่างนึงแล้วว่า
    ถ้าจะสอนเด็กดีเบธในคาบ...จะสอนให้เต็มรูปแบบ ไม่ใช่สอนแบบครึ่งๆกลางๆ อย่างที่เขาสอนเด็กในค่ายนี่เด็ดขาด
     
    (ขอบคุณพ่อจอห์น ที่เพียรสอนการดีเบท และขอโทษพ่อจอห์นที่ ดื้อมากในเทอมสุดท้ายของปีสุดท้าย ไม่ได้ไปแข่งระดับประเทศด้วย...)
    May 16

    จะเป็นยังไงบ้างนะ

    "จะเป็นยังไงบ้างนะ"
     
    ช่วงนี้จะมีแต่คำนี้อยู่ในสมอง
     
    ทั้งถามไถ่ในเรื่องของ คนรอบๆข้าง
    ทั้งถามไถ่ในเรื่องของอนาคตของตัวเอง
     
    ภายในเวลาหลายเดือนมานี่...
     เหมือนได้รับรู้อะไรหลายๆอย่าง
    ที่เราไม่เคยรับรู้ รู้สึก และเข้าใจ
     
    ทั้งเรื่องของตัวเอง เรื่องของคนอื่น
    เรื่องที่เกิดขึ้นเพราะคนอื่น ...complete not my bussiness but...related stuff?
     
    มันก็ทำให้เป็นกังวลไม่น้อยว่าจะเป็นยังไงต่อไป...
    ตอนนี้ อย่างน้อย ก็คิดว่า รู้แล้ว เรียน...จบมา จะต้องไปทำอะไร
    แม้อาจจะยัง จินตนาการ ไม่ออกนักว่า จะเป็นยังไง และ จะรับมือ กับมันยังไง
     
    แต่ระหว่างทาง...ที่จะไปถึงจุดนั้น...เราอาจจะเรียนรู้อะไรได้บ้าง
    เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเป็นพวกชอบคาดหวัง และมักจะดื้อดึงอะไรอยู่เสมอๆ
     
    เราอาจจะ....ปลง....ได้บ้าง ...อาความคิดเด้กๆ อีกแล้วซิ่นะ ฮ่ะๆ
    May 14

    พูดถึงเรื่องความตาย

    ในวันนี้ ได้ยินเรื่องเกี่ยวกับความตาย
    ในหลายๆรูปแบบ
     
    การที่คนที่เคยเห็นหน้ากันมานาน
    จากไป โดยที่เราไม่ได้ แม้แต่จะลา หรือ รับรู้ ได้อย่างทันเวลา ทันท่วงที
    การที่กลับมาถึงบ้าน แล้วพบว่า คนคุ้นเคยได้จากไป...มันเป็นอะไรที่ พอนึกถึงแล้วก็เจ็บปวดใจ
     
    แต่สำหรับครอบครัวของเขาเหล่านั้น มันคงเจ็บปวดใจยิ่งกว่า
    คุณน้า และ พี่สาว คงเป็นเรื่องที่ช็อคที่สุดในช่วง สองสามปีที่ผ่านมา
     
    แต่คนเรามาแล้วก็ไป...ไม่ได้เอาอะไรติดตัวไป...
    ผู้คนจะทิ้งไว้เพียงแค่ ความทรงจำ ที่ดี และ ไม่ดี
    คนอันเป็นที่รัก จะถูกจดจำ เอาไว้แต่ภาพที่สวยงาม
     
    ตอนนี้ เลยนึกย้อนไปถึงตอนที่คุณตาเสีย...คุณาตัวใหญ่ ใจดี...หัวเราะและยิ้มเมอ เมื่อหลานๆวิ่งเข้าไปหา
    คุณตาที่นุ่งโสร่งสีเขียวเดินไปรอบบ้าน พร้อมกับไม้เท้า งานศพคุณตา คุณตาแต่งตัวหล่อเลยล่ะ...ดูผอมลงไปบ้าง
    แต่ก้เหมือนกับหลับอยู่ตรงนั้น...ไม่ได้จับหรอก ตอนนั้นเด็กเกินกว่าจะจับ จำได้ว่ากราบลงไปที่เท้าตอนรดน้ำ
     
    ทำไมเมื่อชีวิตจากหาย ทุกสิ่งทุกอย่างก็เหมือนจะหยุด
    และ...ตาย...ลงไปตรงนั้น ผิวหนังแข็ง เส้นผมแห้ง
    นิ่ง...เฉย...ไม่ขยับ
     
    หากแต่ก็สวยงาม ถ้าจะโชคดีจากไปโดยไม่ทรมาน
     
    หลังจากนี้ อีกซัก...เท่าไรดีล่ะยี่สิบ สามสิบปี...ตัวฉันเอง จะยังอยู่ไหมนะ
    โรคหัวใจจะถามหา หรือ เส้นเลือดในสมองจะแตกไหม (ยิ่งเครียด เก่งอยู่ด้วย)
     
    ความตายเหรอ...กลัวไหม...กลัวนะ...
    แต่เราก็จะจากไป
     
    และหวังว่า จะมีคน...จดจำ...เราในรูปแบบที่สวยงาม ในเรื่องราวดีๆ เอาไว้
    เหมือนอย่างที่เราจำคนที่จากไปได้ ในเรื่องราวดีๆ เช่นเดียวกัน
     
    (ทำไมวันนี้มาแนวมืดๆนะ...ไม่มีอะไรหรอก อยู่ๆ ก็คิดขึ้นมาแบบนี้ )
    (อารมณ์ดี...แอบกลุ้มเล็กน้อย เรื่องจะส่งทุนดีไหม )
    (ส่งซิ่ แต่ก็กลัวเรื่อง แผนวิจัย ซึ่งเบาหวิว...ความชอบ กับข้อมูลนี่มันคนละเรื่องกันเลยแฮะ...แต่ก็ขอสู้อีกรอบ)
    (โลภมากจริงฉัน ...)
     
    May 10

    มันมีแต่เรื่องแฮะช่วงนี้

    มันก็มีตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของตัวฉัน
    ที่ บ้า ลบนิยาย ในเว็บทิ้งไปทั้งเรื่อง ต้องเปลี่ยน ลิงค์ใหม่ อะไรใหม่
    แล้วหลังจากนั้น อีกไม่นาน คอมก็โดนไวรัสกิน
    เจริญล่ะค่า พี่น้อง...แบกคอมไปซ่อม
     
    นิยาย อยากเขียน ต่อก็ ต้อง ลงโหล หมักไว้ก่อน...ไม่เรียกดอง เพราะ ดองมันจะนานกว่านั้น
    ปิ๊ง ได้ที่ สองวันผ่านไปก็ได้คอมมา ลงนิยาย เขียนนิยาย ต่อเหมือนเดิม
     
    นี่ล่ะ ปัญหาเล็กๆน้อยๆ ของฉัน
     
     
    ไปจนถึงปัญหาที่ หมักหมม มานานได้ที่อย่างเรื่องของพี่ชาย
    อะไรแบบนั้น ...เอาอีกแล้วครับพี่น้อง ความรุนแรง (ด้านจิตใจ) ภายในบ้าน
    พี่ชายที่ใจร้อน
    พ่อที่ดื้อดึง
    แม่ที่รับทุกอย่างไว้กับตัวเอง
     
    กับตัวฉัน...ที่คราวนี้  แม้ไม่ได้คิดว่า ตัวเอง อยู่ในสถานะที่จะเป็นกันชนของใคร
    เพราะเห็นได้แล้วว่า ฉันทำอะไรไม่ได้ พี่ไม่ฟังฉันแน่ๆ...และฉันก็ไม่เคยรู้เหมือนกันว่า ปัญหาแท้จริง
    เรื่องของเรื่อง ที่มีมากกว่า การที่พี่ไปคบ กับลูกของเพื่อนแม่นั้น ....มันมีปัญหา อะไรมากกว่านั้น
     
    ฉันไม่อยู่ในสถานะจะบอกว่า เฮ้ย ใจเย็นๆ กันหน่อย ค่อยๆเล่ากันซิ่
     
    ถึงแม้ว่าอยากจะพูด แบบนั้น ก็ตามที
    ลก็ต้องปล่อยให้เขา ปึงปัง กระแทกกระทั้นใส่กัน ต่อไป ทนเห็นอะไรแบบนั้นต่อไป
     
    ในเมื่อ ทั้งสามคน ลงความเห็นว่า
     
    "ฉันทำอะไรไม่ได้"
    "ไม่อยากให้ฉันร่วมรับรู้ ปัญหาอะไรด้วย"
     
    โอเค....ได้....ฉันก็จะไม่รับรู้แล้ว...อยากทำอะไรก็ทำกันไป
    ก่อเองก็แก้เอง
     
    สิ่งที่ฉันทำได้ คือ ตื่นมากลางดึก เอาเงินให้พี่ยืม คอยดูแลว่า บ้านช่องปิดดีแล้วหรือยัง
    กับ เก็บ ความลับนั่นโน่นนี่ ที่แม่ ไม่อยากให้มันรู้ ออกจากหูมันก็เท่านั้นล่ะ
     
     
    .................................................
     
    อยู่ๆก็คิดถึงกลอนที่เคยเขียนส่ง อาจารย์ขึ้นมาเสียอย่างนั้น มันเป็น ตัวต่อจากกลอนอีกบท
    ว่าด้วยเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกทำร้าย จนเสียงดังลั่น อพาร์ตเม้นต์ เราก็เลย เขียนต่อออกมา ว่า....
     
    why?
    we used to be so happy
    you hit me,beat me, with your words you slashed me
    I'm married to you with all my love and trust
    they all mine...that you have flushed.
     
     
     
    May 02

    it's been a long time

    คนเราบางที ก็เรื่อต้องมี โอเอซิส ของตัวเอง
    ช่วงหนึ่ง ช่วงเวลาหนึ่ง การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง
    ที่จะทำให้เราหลุดพ้น ออกจากเรื่องวุ่นวายต่างๆ รอบตัว
     
    และ เรื่อง นั้น กิจกรรมนั้น มันก็เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
     
    แต่ความรู้สึกดีๆ มันจะยังคงอยู่ ทุกครั้งเพียงแค่เรานึกย้อนไป
     
    นีมันก็ นานมากแล้ว นับจากตอนนั้น ตัวฉันเอง ก็เปลี่ยนไป
    แต่ ถ้านึกถึงขึ้นมาเมื่อไร ก็จะรู้สึกสุขใจเสมอ
     
    แม้มันจะเป็นอดีต... เราย้อนเวลา หรือเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้
     
    แต่ก็อย่างทีว่า เพียงแค่นึกถึงก็สุขใจ และก็ทำให้รู้ว่า เรื่องราวทั้งหมดของเรานั้น เริ่มต้นขึ้นมาได้อย่างไร
     
    หากจะบอกกับคนๆนั้นได้ ก็คงจะไม่มีคำอื่น นอกจาก ขอบคุณ ....นั่นซิ่นะ....ก็คงมีแค่คำว่า ขอบคุณนี่ล่ะ
    May 01

    4BIA 何を書けばいいだろうと思ったらづいに

     

    怖い…

    一人でそばに誰もいない事が

    怖い…

    リベンチされる事が

    怖い…

    人と人の真ん中に寝るのが

    怖い…

    死んだ人と旅するのが

    怖い…

     

    怖すぎて何も出来ず 

     

     

    あなたは何が怖いですか?

    人間の恐怖は面白いですね。

     

    ”””””””””””””””””””””””””””””””””””

     

    私の秘密を教えましょう

    私はトッケイ守宮が怖いです。